More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  ooQ(^ . ^)QooPhotosProfileFriendsBlog Tools Explore the Spaces community

Blog

February 01

Come Back

วันนี้มาอัพ Space เนื่องจาก มีเพื่อนคนหนึ่ง (อั้มนั่นเอง)  ทักว่า "ทำไมไม่อัพ space"  ก็เลยคิดว่าอือ มาอัพก็ได้ ไม่ได้เข้ามานานแล้วเหมือนกัน  ถ้าถามว่าทำไมไม่อัพ space ก็คงเพราะเด๋วนี้ไม่ได้เข้า MSN เลย แม้แต่ sign in ไป appear offine เหมือนอย่างทุกทีที่ทำ ตอนนี้ก็ทำ (พูดงี้คนอื่นก็รู้หมดดิ เหอะๆ) 
 
งานเยอะเนอะ เด๋วนี้ case clinic นี่เยอะมาก  แต่ก็สนุกดีอ่ะแหละ ทำให้ได้รู้อะไรในสิ่งที่ไม่เคยรู้อีกเยอะ(อันนี้ต้องแปลความหมายเอาเอง)  แล้วก็เห็นอะไรที่เป็นของจริงไม่ใช่แต่ในตำรา  ได้อยู่กลุ่ม อ. เนติ  ซึ่งตอนนี้อาจารย์อยู่ใน mode very very good mood ซึ่งไม่แน่ใจว่าสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ แต่ก็ดีเลยแหละ ทำให้บรรยากาศเวลาเรียนไม่เครียด อ.ปล่อยมุขตลอดเวลาเลย  แต่พูดไปก็น่าสงสารคนที่ได้อยู่กลุ่ม อ. ปราโมทย์เนาะ .... เกินบรรยาย
 
วันนี้พอแค่นี้ก่อน  เด๋ววันหลังจะเอาวีดีโอ หลาน 3 ขวบ มาให้ดู  (เพิ่งเห็น function ใหม่)
October 21

อัพ 2 blog มีไรมะ

อารมณ์เสีย........................เก็บไว้
โกรธ..............................เก็บไว้
เสียใจ.............................เก็บไว้
เครียด.............................เก็บไว้
โมโห..............................เก็บไว้
ชอบ...............................เก็บไว้
เกลียด............................เก็บไว้
เหนื่อย............................เก็บไว้
น้อยใจ............................เก็บไว้
เหงา...............................เก็บไว้
เศร้า...............................เก็บไว้
เบื่อ................................เก็บไว้
อิจฉา..............................เก็บไว้
คิดถึง..............................เก็บไว้
.
.
.
.
.
.
.
.
ทนไม่ไหวแล้วโว้ย
ตู้มมมมม....
 
หัวระเบิดตาย ไม่มีใครรู้

ศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศ

... นั่งฟังเพลงแล้วก็คิดถึงเรื่องเก่า ๆ อีกแล้ว  เรื่องที่ทำผิดพลาดไปในอดีต  อยากกลับไปเริ่มใหม่ก็ไม่ได้ 
ได้แต่หลบ แล้วก็ทำเฉยไป... เห้อ...
 
 
October 01

I'm so down

... กับหลาย ๆ อย่าง ตอนนี้ความรู้สึกแบบ แย่ ๆ แบบ โหวง ๆ กลับมาอีกแล้ว  แปลกมะ เวลาอยู่กับคนเยอะ ๆ พลุกพล่านวุ่นวาย  ก็ไขว่คว้าอยากหาเวลาส่วนตัว  แต่เมื่อถึงเวลาที่อยู่คนเดียว กลับพยายามหาคนที่จะคอยมาอยู่เป็นเพื่อน 
   ชีวิตตอนนี้  ไม่รู้ว่าต้องการอะไร  พยายามไขว่คว้าอะไรอยู่ เหมือนว่าชีวิตมันขาดอะไรไปบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นสิ่งที่ชีวิตมันขาดไปมันคืออะไร  สิ่งไหนที่เป็นตัวตนที่แท้จริง  สิ่งไหนที่ชอบที่อยากทำ  อะไรที่รักที่อยากได้  ตอนนี้ไม่รู้ หรือบางอย่างที่รู้ ก็ทำไม่ได้
 
แค่อยากมาบ่น หวังว่ามันจะช่วยให้ดีขึ้นได้บ้าง ไม่ต้องห่วงหรอก เด๋วก็กลับไปบ้าได้เหมือนเดิมเอง
อยากหาเวลาพักผ่อน ไปเที่ยว  นั่งเฉย ๆ ทั้งวันโดยไม่ต้องทำอะไร นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ปลดปล่อยความคิดไปเรื่อย ๆ เผื่อจะช่วยให้ดีขึ้นได้บ้าง
September 13

วันนี้สอบ Pharmaco 10 เรื่อง อ่าน คืนเดียว + ตอนเช้าอีกหน่อย เห้อ พระเจ้า (แต่จริง ๆ ก็ตั้งใจฟังในห้องอยู่แล้วล่ะน่า) 
ไม่รู้จะบ่นอะไร จริง ๆ ก็มีเรื่องอยากบ่นเยอะแยะ แต่เรียบเรียงไม่ถูก  หรือบางเรื่องก็ขี้เกียจเล่า  รู้ไปก็ไม่มีประโยชน์
 
แต่ช่วงนี้มันเบื่อ ๆ เหนื่อย ๆ กับชีวิต และการงาน  ไหนจะการสอบเนื้อหาปริมาณมหาศาล ที่ยังไม่ได้อ่านเลย แล้วยังมานั่งเล่นเน็ต
 
It's not easy เห้ออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
 

อีกเรื่อง เพราะตอนนี้อยู่ปี  4 แล้ว เลยจะต้องคิดแล้วว่าจบไปจะทำอะไร  ปัญหามันก็มีอยู่ว่า  ชอบ med chem เลยอาจจะเรียนต่อแล้วจบมาคงเป็นอาจารย์  แต่ปัญหามันก็มีอยู่อีกว่า ถ้าเรียนต่อด้านนี้ไปเลย ก็เสียดาย clinic อีก (รักพี่เสียดายน้องจริง ๆ) เพราะอยากจะไปเรียนต่อด้าน clinic เหมือนกัน แล้วจบมาทำงานโรงพยาบาล(ในต่างประเทศ ว้าว ความฝันยิ่งใหญ่)  ซึ่งปัญหาอันนี้มันก็ส่งผลมาถึง ปัญหาในปีหน้าอีกว่า จะเรียน track ไหน ระหว่าง clinic กะ product เห็น อ. บอกว่า ห้ามเลือกข้าม track กันแล้ว ทำไงดี  ทำไงดี ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
วันนี้ก็คุยกะเพื่อน (ไอ้ใหม่) เรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ตามกระแสที่ตอนนี้ทั้งชั้นปีคุยกันถึงเรื่องว่า ปีหน้าจะทำโปรเจคกะภาคอะไร 
   
สำหรับตัวผมเองคงทำ โปรเจค ที่มันเกี่ยวกะ med chem เนี่ยแหละ เพราะถึงแม้จะชอบด้าน clinic เช่นกัน แต่รู้สึกว่า โปรเจค clinic มัน ไม่มีอะไร แล้วถ้าอย่างงั้น แสดงว่าเลือก project เป็น med chem เรียนก็ต้องเรียนสาย product แล้ว ถ้าอย่างงั้น ก็เท่ากับถ้าเรียนต่อ ก็สมควรจะต้องเรียนสายนี้ต่อไป  หรือยังไง  คิดแล้วปวดหัว  เลยบอกกะไอ้ใหม่ไปว่า ก็ให้คิดเอาถึงอนาคตว่า  อยากจบมาแล้วเป็นแบบ อ. โอภา  หรือ อ. เปิ้ล  (เอิ๊กๆ) 
 
คิดไม่ตก  ทำไงดี  เป็นคนคิดล่วงหน้าไม่เป็นด้วย  คิดเป็นวันต่อวัน เห้อ เซ็งชีวิต  เซ็งคน  เซ็งงาน 
September 08

It's not easy

Artist: Five For Fighting
Song: Superman (It's Not Easy)

I can't stand to fly
I'm not that naive
I'm just out to find
The better part of me

I'm more than a bird:I'm more than a plane
More than some pretty face beside a train
It's not easy to be me

Wish that I could cry
Fall upon my knees
Find a way to lie
About a home I'll never see

It may sound absurd:but don't be naive
Even Heroes have the right to bleed
I may be disturbed:but won't you conceed
Even Heroes have the right to dream
It's not easy to be me

Up, up and away:away from me
It's all right:You can all sleep sound tonight
I'm not crazy:or anything:

I can't stand to fly
I'm not that naive
Men weren't meant to ride
With clouds between their knees

I'm only a man in a silly red sheet
Digging for kryptonite on this one way street
Only a man in a funny red sheet
Looking for special things inside of me

It's not easy to be me.
 
PS. อย่าคิดว่าจะเปลี่ยนแนว โพสต์แต่ เนื้อเพลง ไม่ก็ forward mail นะครับ เพราะไม่ชอบทำอย่างงั้นอยู่แล้ว (มันสิ้นคิดเกินไป)  แต่พอดีว่าเพลงนี้มันโดนใจ โดยเฉพาะตอนนี้ด้วยแล้ว  ฟังแล้วกระแทกใจอย่างแรง เลยเอามาให้ฟังกันถ้าหา url ได้อ่ะนะ  ตอนนี้อ่านเนื้อแล้วก็จินตนาการตามไปก่อนละกัน
August 28

MS equation และ วิธีการพิมพ์ X-bar ใน MS word

           สำหรับใครหลาย ๆ คนที่กำลังมีปัญหากับการพิมพ์สมการ ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง เศษส่วน ใน MS word วันนี้เราขอเสนอ Rapid-Pi 1.51  โปรแกรมที่จะช่วยคุณ ไม่ว่าจะในเรื่องการใส่สมการ  การทำเศษส่วน  การใส่วงเล็บซ้อนวงเล็บ  เครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร  การยกกำลัง  รวมไปทั้ง limit sum และสัญลักษณ์ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์  ทำให้คุณไม่ต้องปวดหัวอีกต่อไป  รีบดาว์นโหลดภายใน 10 นาทีนี้ ตามไปที่ Rapid-Pi 1.51  ได้เลย 
 
           อีกเรื่องสำหรับคนที่ปวดเศียรเวียนเกล้ากับการพิมพ์ สัญลักษณ์ X-bar วันนี้เราก็ขอเสนอ http://www.gwinn.us/how-to/x-bar.html  ตามไปดูซะ แล้วคุณจะได้มี รายงานแลป สวย ๆ ไว้อวดเพื่อน ๆ ให้หน้าชื่นตาบาน  เป็นที่อิจฉา และ หมั่นไส้ ไปอีกนาน
August 25

เป็นบ้า

เคยเปิดเวปฟังเพลงหลาย ๆ เวป พร้อม  ๆ กันป่ะ (หรือไม่ก็เปิดหลาย ๆ บล็อกที่มันมีเพลงอ่ะ) 
คือว่าตอนนี้กะลังทำอยู่   พอฟังแล้วมันรู้สึกแปลก ๆ ดีเหมือนกัน 
 
ปล.  กะลังจะหาเพลงใหม่ใส่บล็อก เลยต้องเปิดหลายหน้า เด๋วจะไปนอนละ มึนหัวมาก melatonin ถึง peak ละ
August 24

Haste

     คุณเป็นคนเดินเร็วแค่ไหน? 
     ตัวผมเองเป็นคนเดินเร็วมาก  นอกจากเดินเร็วแล้ว ทุกอย่าง  ทุกการกระทำมันก็จะดูเร็ว  รีบร้อน เร่งรีบไปหมด  ไม่รู้ว่านิสัยอย่างนี้มันเกิดขึ้นตอนไหน  เป็นมาตั้งแต่เมื่อไหร่  
     ทุกวันนี้ผมพยายามที่จะใช้เวลาอยู่กับตัวเอง  ปรับนาฬิกาชีวิตให้ช้าลง  พยายามทำอะไรให้มันช้าลง  เดินให้ช้าลง  เพื่อที่จะพิจารณาสิ่งรอบต้ว  ให้ละเอียดถี่ถ้วนยิ่งขึ้น  มันทำให้คิดได้ว่า  รอบ ๆ ตัวเรายังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เราอาจละเลยไป  ไม่ได้ใส่ใจ  ในเวลาที่เราทำตัวเร่งรีบ  เราจะมองผ่านมันไป  ไม่เห็นคุณค่าของมัน
 
     จำไว้ว่า  ช้าช้าได้พร้าเล่มงาม   (สุภาษิต ไม่มีการใช้ไม้ยมก)
 
ปล.  ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไร  อัพแต่เรื่องอะไรก็ไม่รุ
August 22

ได้อย่าง เสียอย่าง (ได้อึ่ง เสียอ่าง)

      วันนี้ถือเป็นวันดีอีกวันหนึ่งเพราะว่า เป็นวันที่กลับบ้านเร็ว  มีเวลามานั่งอัพบล็อค  และยิ่งไปกว่านั้นวันนี้ยังเป็นวันปล่อยผีอีกด้วย  หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับ quiz lab. techno. ที่อ. ถามอีกอย่างแต่ดันไปตอบอีกอย่าง (ถาม Ostwald แต่กระผมไปตอบเรื่อง Stromer) เห้อ ทำไปได้  และนอกจากนั้นวันนี้ก็รายงาน PBL เสร็จเรียบร้อยแล้วด้วย  ก็เป็นไปตามคาด "เวลาเธอพูดเนี่ย ฉันรู้สึกเหนื่อยแทน"  เป็นคำพูดของ อ. เปิ้ลนั่นเอง  เนื่องจากว่า ไอ้เรามันพูดเป็นห้วง ๆ พูดเร็วเกินด้วย (ยังดีที่ป้าแตงนั่งอยู่ข้างหน้า คอยบอกให้พูดช้า ๆ อยู่เป็นระยะ ๆ )  ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันดี ที่จะมานั่งอัพบล็อคนั่นเอง หุหุ...
     
      เรื่องในวันนี้ก็อยากจะอืม... เรียกว่า  กระตุ้นเตือนหลาย ๆ คนละกัน  คือ คุณเคยสังเกตกันมั้ยว่า ชีวิตของคนเราเนี่ยมันขึ้นกับการเลือก ขึ้นกับการตัดสินใจจริง ๆ เลือกผิดชีวิตก็จบ  แล้วเมื่อเราเลือกอย่างนึง ก็ต้องยอมเสียอีกอย่างนึง (หรืออาจจะหลายอย่างด้วย)  ที่มาพูดเนี่ยเพราะ ช่วงนี้ชีวิตมีการเลือกเยอะแยะมาก  ทำให้ผมต้องพลาดโอกาสอะไรหลาย ๆ อย่างไป  แต่อย่างไรก็ตามผมก็ได้รับประสบการณ์  และโอกาสที่หลาย ๆ คนยากที่จะหาได้ง่าย ๆ
 
      ได้อย่าง ก็ เสียอย่างจริง ๆ แต่เราต้องตัดสินใจให้ได้ว่า สิ่งที่เราได้มานั้นน่ะ คุ้มค่า กับสิ่งที่เราเสียไปหรือไม่ เท่านั้นเอง  สุดท้ายนี้ก็ขอให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคน  ดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท  มีสติสัมปะชัญญะ  คิดสิ่งใดเลือกสิ่งใด  ขอให้คิดพิจารณาให้รอบคอบ  .... แค่นี้แหละครับ
August 17

...

ทำอะไรหลาย ๆ อย่างพร้อม ๆ กันมันจะไม่มีสักอย่างที่ได้ดีหรอก  เพราะฉะนั้นอย่าหาอะไรอีกหลายอย่างมาให้ผมทำเลย 
 
ปล. ตอนนี้คะแนนออกมา 3 ตัวแล้ว เพื่อน ๆ เป็นยังไงกันบ้าง
August 16

ชีวิต

    กลับมาพบกันอีกครั้ง เหอะๆ   ช่วงนี้ทำไมอัพบ่อยจังหว่า  ไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน  พอดีตอนนี้กะลังอยู่ในช่วงพักกับการซ้อม present migraine อยู่ ก็เลยแวะเข้ามาดูเสปซ แล้วก็เลยอยากอัพซะงั้น  ฝากถึงคนที่เข้ามาดูก็อย่าลืมอ่าน blog ก่อนหน้าด้วยละกันอันนั้นภูมิใจเสนอมากเลยนะ ใส่รูปให้ดูด้วย 
    พอดีอยู่ดีๆ ก็คิดได้  (จิง ๆก็คิดได้นานแล้วแหละ)  คือสังเกตุได้ว่าตัวเองเป็นคนที่ ทำอะไรได้หลาย ๆ อย่างอ่ะ  แต่อะไรหลาย ๆ อย่างที่ทำนั้น มันไม่เชี่ยวชาญอะไรเลยซักอย่าง  อย่างถามว่าใช้ Photoshop ได้มั้ย ก็ตอบว่าได้  แต่ใช้ได้แบบงู ๆ ปลา ๆ แต่ก็ยังเรียกว่าใช้ได้  ถามว่าเรียน pharmaco ได้ดีมั้ย  ก็ตอบว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ แต่มันก็ไม่เก่งเว่อร์ รู้จักยาทุกตัว รู้จัก metabolism pathway ของยาทุกชนิดแบบอ.เปิ้ล (อิอิ)  ถ้าถามว่าเก่งอังกฤษมั้ย  ก็บอกว่าก็ถือว่าใช้ได้ แต่ก็ไม่ได้เก่งเว่อร์แบบ พูดน้ำไหลไฟดับตับแตก  และถ้าพูดถึงเรื่องเล่นเกมอย่างเกมอะไรดีล่ะ ... tekken ละกัน ตอนนี้กะลังฮิต (เงียบๆ) ในหมู่ปี 4 PY ก็เล่นได้ดีกว่าหลาย ๆ คน แต่ก็ไม่ได้ระดับเทพชนะ 100 % อืม รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนกลาง ๆ แนว ๆ แบบ broad spectrum ทำได้ทุกอย่าง แต่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นซักอย่าง
    เลยอยากรู้ว่า ไอ้คนที่ทำได้หลาย ๆ อย่างอ่ะ มันดีหรือแย่กว่า คนที่ทำอะไรได้น้อยอย่าง  แต่มีเรื่องที่เชี่ยวชาญ ที่เรียกได้ว่าแบบรู้ลึกรู้จริงกระทิงแดง อันไหนมันจะดีกว่ากัน 
คุณคิดว่ายังไงกันล่ะ ช่วยตอบด้วยดิ 
    แต่จะว่าไปที่เป็นคนอย่างงี้มันอาจจะมาจากนิสัยเฉพาะตัวด้วยก็ได้ คือเป็นคนเบื่อง่าย  จึงมักจะเปลี่ยนเรื่องที่สนใจอยู่เสมอ จึงไม่สามารถทำอะไรให้มันเต็มที่ได้ 
    ก็มันได้แค่เนี่ย ชีวิตมันก็เป็นอย่างเงี่ยแหละ เอาอะไรมากนักหนาใช่มะ  ใช้ชีวิตอย่างที่เราเป็นเนี่ยแหละ  ไม่ต้องไปอยากที่จะเหมือนใคร  ไม่ต้องฝืนตัวเอง  อยากทำอะไรก็ทำ  นี่แหละชีวิต (กู)
 
ปล. ไปซ้อม present ต่อละ เด๋วพรุ่งนี้ต้องไปพูดให้อ. เปิ้ลฟัง พูดไม่ได้เด๋วซวยอีก เห้อ  ยิ่งสมาธิสั้นอยู่
August 13

กลับบ้านซะที

หวัดดีทุก ๆ คน  หลังจากกลับบ้านมาก็ เลยมีเรื่องอยากจะมาเล่าให้ฟังกัน 
ก็วันศุกร์ ป๊า แม่มารับกลับบ้าน  แต่ก่อนกลับก็แวะไปงานที่อิมแพคเมืองทองธานีก่อน มันเป็นงาน OTOP อะไรซักอย่าง มีทั้งของกิน ของใช้เพียบ จากทุกจังหวัดทั่วประเทศเลย พอดีแม่อยากไปก็เลยไปด้วย  ก็ให้ภาพเล่าเรื่องละกันนะ
 
      ภาพนูนต่ำ เป็นงานสลักหิน ของจังหวัดไรไม่รุ แต่สวยอ่ะ
 

     มีดอรัญญิก

 

   ความพยายามสูงจิงๆ

 

  เครื่องเบญจรงค์

 

   ไอ้ฟันธงนี่มัน OTOP กะเค้าตั้งกะเมื่อไหร่วะ (ขยันตามไปฟันทุกงานเลย)

 

สังเกตตรงป้ายให้ดี ๆ เค้าเขียนว่า "รองเท้าสมุนไพร (เพื่อสุขภาพ)" ?? คือ ใส่รองเท้านี่แล้ว สารธรรมชาตินี่ซึมผ่านส้นเท้าเข้าสู่กระแสเลือดได้เลยรึไงวะ เฮ้อ

 

    พี่หมีหมี่กรอบ น่ากินมั้ยล่ะ

 

    ชาชักจากปัตตานี เดินหาอยู่ตั้งนาน

 คืออาจจะสังเกตได้ว่าไม่มีรูปของกินมากนักเท่าไหร่  เพราะตอนนั้น กำลังกินอยู่ไม่มีเวลาถ่ายน่ะสิ  อยากบอกว่า ก่อนกลับ  ก็ไปเข้าห้องน้ำ รู้มั้ยเจอใคร 

เจอให้คนขายชาเนี่ย ไปล้างเสื้อในห้องน้ำ เสื้องี้เลอะชาเต็มเลย เอิ๊กๆ ฮาดี

ปล. โทดทีถ้ามันโหลดช้า ขี้เกียจปรับขนาดรูปอ่ะ

August 03

มิเชล

หวัดดีทุกคน  ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนพอดี  ยังคงไม่หลับไม่นอนอ่ะ  ช่วงนี้ทรมานมาก ๆ เนื่องมาจาก เป็นร้อนใน  คิดว่าทุกคนคงรู้นะว่าร้อนในคืออะไร
....  อืม หวังดีสำหรับคนไม่รู้ ไม่เคยเป็น  ร้อนในมันก็คือ ตุ่มๆ ที่เป็นอยู่ในอาณาบริเวณปากเนี่ยแหละ มันจะเป็นแผลที่แบบว่า เห้อ เจ็บโคด
แต่คนทั่วไปมันก็เป็นแถว ๆ เหงือก ไม่ก็กระพุ้งแก้ม หรือผิวด้านในที่ติดกับฟันอะไรอย่างงี้ใช่มะ  แต่เผอิญ คนที่มันซวย ๆ ก็จะเป็นที่ที่คนอื่นเขาไม่เป็นกันไง
ไอ้เราก็คงซวยเข้าขั้น ดันเป็นแถว ๆ เพดานอ่อน ด้านใน ๆ ใกล้กับลิ้นไก่  อยากบอกว่า เจ็บมากกกกกกก  ขอเรียกร้อนในของผมว่า มิเชลละกัน (ฟังแล้วน่ารัก ไม่ค่อยเจ็บ)  กินอะไรก็เจ็บ กลืนอะไรก็ไม่ได้  กลืนน้ำลายเฉย ๆ ยังเจ็บเลย ซวยฉิบเป๋ง (แต่คงน้อยกว่าไอ้คนที่มันเป็นตรงลิ้นไก่แหละ) 
    ความจริงแล้วก่อนหน้านี้ ญาติ ๆ ของมิเชล ก็เคยมาเยี่ยมเยียนผมแล้ว 2 ราย แต่ตอนนั้น ไมเคิล กะ เจฟฟรี่ ไม่ได้ร้ายแรงเหมือนมิเชล  เพราะอยู่แค่บริเวณรอบปาก  ไม่ได้อยู่ลึกเข้าไปข้างในเหมือนกับมิเชล  ทุกวันนี้ ก็ได้แต่ตั้งตารอว่า เมื่อไหร่ มิเชลจะอำลาผมไปสักที  ทุก ๆ ช่วยเป็นกำลังใจให้มิเชลหาทางกลับบ้านถูกด้วยนะ (กด M เว้นวรรค 1 พิมพ์ข้อความให้กำลังใจมิเชลได้) 
    พอแค่นี้ก่อนละกัน  ต้องพักผ่อนให้เพียงพอซะละ เด๋ว มิเชลจะเรียกปู่ย่าตายายมันมาอยู่ในปากผมเพิ่มขึ้นอีก  แค่นี้ก็จะตายละ วัน ๆ กินได้แต่ก๊วยเตี๋ยวเด็ก 
 
รูปมิเชล
 
ปล.  space แบบใหม่ งง ๆ ขอเวลาศึกษาหน่อย
July 30

วันนี้เป็นวันหยุด วันนี้เป็นวันว่าง....

    ได้ว่างแล้วแหละ ถึงแม้จะไม่ว่างแบบเต็มขั้นก็เหอะ รู้สึกดีเหมือนกัน ไม่มีอะไรมาพันธนาการ  ไม่มีคำว่า Dead line อีกแล้ว  พอว่างขึ้นมาก็เลยมีเวลามานั่งคิด  ประกอบกับมีโอกาสได้ใช้เวลาส่วนตัว จริง ๆ สักที ก็เลย นั่งคิด นั่งบ้าอะไรไปเรื่อยเปื่อย  อืม นี่แหละที่ต้องการ
 
     ย้อนกลับไปตอนเด็ก ๆ ตอนนั้นเราคิดอะไร  (คุณล่ะ คิดอะไร)  คิดมั้ยว่าโตขึ้นมาจะเป็นยังไง  ทำอะไร  เรียนอะไร  แน่นอนสำหรับผมตอนนั้น ไม่เคยคิด  ถึงแม้เวลามีใครถามอะไร  หรือ เวลาโรงเรียนให้เขียนเรียงความ  ก็จะออกแนวว่า อยากเป็นหมอ (ตามกระแส) หรือไม่ก็อยากเป็นหมอฟัน (ตอนนั้นไปดัดฟันแล้ว เสียตังค์ไปเยอะ เลยคิดว่า แม่งคอยดูนะ โตขึ้นจะเอาคืน)  แต่ก็เพียงแค่พูดไปอย่างงั้น ไม่ได้คิดอะไรเป็นจริงเป็นจังสักที
   
     โรงเรียนสมัยประถม ไม่รู้ว่าเวอร์ไปรึป่าว ที่จะบอกว่า โรงเรียนตอนประถมของผมนั้น ถือว่าเป็นโรงเรียนที่ดีเลยทีเดียว  คุณครู เอาใจใส่มาก  มีกิจกรรมอะไรให้ทำหลาย ๆ อย่าง  การสอบนี่ก็ ไม่รู้สิ รู้สึกว่า สอบในปีนึงอ่ะ จะมีเทศกาลสอบอยู่ 6 หรือ 8 ครั้งเนี่ยแหละ (รวมมิดเทอม และไฟนอลแล้ว)  พูดถึงเรื่องข้อสอบดีกว่า  ไม่รู้ว่าโรงเรียน (ขอเอ่ยชื่อเลยละกัน ชื่อโรงเรียนสกุลศึกษา)  เออ นั่นแหละ  ไม่รู้ว่าไปเอาข้อสอบมาจากไหน ดูเหมือนจะมาจากส่วนกลาง ประมาณว่าพิมพ์ดี ๆ อ่ะ (เนื่องจากว่า ที่โรงเรียนไม่เคยมีพิมพ์ลงบนกระดาษแบบนี้แน่นอน จะมีแต่กระดาษ โรเนียว ยาว ๆ สีน้ำตาล)  อืมเลยดูสากลดี  แล้วมาเล่าทำไมวะ ... ไม่เข้าใจเหมือนกัน อยากเล่าก็แล้วกัน ตอนเด็ก ๆ ที่เรียนที่สกุล ก็ไม่ค่อยได้ปิดเทอมเลย ปิดเทอมจะน้อยกว่าชาวบ้านเค้า (รร. อื่น)  เลยรู้สึกว่า โรงเรียนนี้มันจะบ้าไปถึงไหน ไม่ให้เด็กปิดเทอมสักที สอบเส็ดยังให้เรียนต่อ แต่ก็ต้องไป 
 
    พอเข้ามัธยม เรียนที่โรงเรียนปากช่อง  อันนี้เป็นโรงเรียนรัฐบาล  ก็จากเดิมที่เคยเรียนอยู่ในโรงเรียนเล็กๆ มี 6 ชั้นปี  ปีละ ห้องเดียว  พอเข้ามัธยม ได้มาเรียน 6 ชั้นปีเหมือนกัน  แต่ชั้นละ 14 ห้อง  โอ้ ... มันต่างกันจริง ๆ  แต่รู้สึกว่าไม่ค่อยต่างอะไรเท่าไหร่ เพราะ  เพื่อน ๆ ในห้องส่วนใหญ่ มันก็ ได้มาอยู่ห้องเดียวกันเยอะแยะ  (จะแอบบอกเป็นนัย ๆ ไงว่า รร. กูเก่ง เด็กได้มาอยู่ห้องคิงกันเยอะ)  เออนั่นแหละ เวลาเรียนมัน ก็ยังสบาย ๆ อยู่ วัน ๆ เล่น ๆ กลับบ้านดูทีวี ไปเรื่อย ก็ยังจบมา  พอจบม.ต้นแล้ว  ก็ไปต่อ ม.ปลายที่ กรุงเทพฯ  ที่ รร. สามเสนฯ
    
    สมัยม. ปลาย ทุก ๆ คนก็จะต้องเริ่มคิดถึงอนาคตว่า จะต้องเอนทรานซ์แล้ว  นี่แหละ เป็นช่วงที่ผมเริ่มคิดว่า จะเรียนคณะอะไรดี ? จบแล้วจะเป็นอะไร ? จริง ๆ ถ้าจะพูดให้ถูก  คำถามสองคำถามนี้  ไม่เกี่ยวกัน  เพราะถึงแม้คุณจะจบรัฐศาสตร์มา  แต่จบแล้ว  คุณอยากไปเป็นเจ้าของชายสี่หมี่เกี๊ยว มันก็เรื่องของคุณ ไม่เกี่ยวกัน 
 
    พอเริ่มคิด ตอนนั้นด้วยความที่ชอบเคมี อย่างสุดซึ้ง  อาจเป็นเพราะได้ใกล้ชิดกับคนเก่งเคมี อยู่ในบรรยากาศที่เคมี๊เคมี เลยรู้สึกว่าวิชานี้แหละวิชาของเรา  เลยชอบมาก ๆ ตอนนั้นจึงตั้งใจว่าจะต้องเรียนวิทยา เคมีให้ได้ จริง ๆ อ่ะ มันมาคิดเอาตอนม.6 อ่ะแหละ ไม่ได้คิดไว้ก่อนหน้านี้หรอก  ก็บอกกับตัวเองมาตลอดว่า จะเรียนวิทยาเคมี  ถึงขนาดไปสอบทุนเอาไว้แล้ว จนกระทั่ง 
 
จนกระทั่งอะไรไม่รู้มาดลใจ  ให้เลือกเรียนเภสัชฯ  อยากบอกว่า ไม่รู้จริง ๆ อาจเป็นเพราะคิดเอาว่า เรียนวิทยา จบไม่ก็คงไม่รู้จะทำอะไร นอกจากจะไปเป็นอาจารย์  หรือคิดว่า เรียนเภสัชฯ มันก็เรียนเคมีเยอะเหมือนกัน  แต่เน้นไปทางประยุกต์มากกว่า  และเฉพาะทางมากกว่า ก็เลยเลือกเรียนเภสัชฯ 
 
    สุดท้ายแล้ว สอบเอนท์ครั้งที่สองก็เลยดูคะแนนเภสัชฯ แล้วก็เตรียมเก็บคะแนนเพิ่ม แล้วสุดท้ายก็เลือก เภสัชฯ มา สองอันดับ แล้วก็ วิทยาอีกอันดับนึง (ยังไม่ละทิ้ง)  ก็ได้มาติดเภสัชฯ มหิดลกะเค้า 
 
    เข้ามาเรียนแล้ว จนถึงตอนนี้ ผ่านอะไรมามากมาย  ก็คิดว่า ถ้าตอนนั้นเราไม่.....เราจะได้.......มั้ย  มันเป็นคำถามที่ใครก็ตอบไม่ได้  แต่ก็อยากจะบอกว่า ตัดสินใจไม่ผิดที่เข้ามาเรียนเภสัชฯ มหิดล  เพราะที่นี่ ทำให้หลาย ๆ อย่างในชีวิตเปลี่ยนไป  ทำให้ได้เจอประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ในชีวิตนี้ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอ และคิดว่า ถามเราเลือกทางเดินชีวิตทางอื่น มันคงไม่ใช่อย่างงี้แน่   เคยมีเพื่อนม.ปลายคนนึงพูดไว้เกี่ยวกับทฤษฎีโลกคู่ขนาน (เผอิญไอ้นี่มันหลุดโลก แนว ๆ เดียวกันอ่ะนะ เลยสนิทกัน เอิ๊ก ๆ ) ว่า จริง ๆ แล้วนอกจากโลกที่เราอยู่เนี่ยมันยังมีโลกคู่ขนานอีกเต็มไปหมด  ซึ่งก็มีตัวเราเนี่ยแหละดำเนินชีวิตตามเส้นทางแต่ละเส้นที่มันมี ซึ่งจะมีบางทีที่เส้นทางนั้นจะมาบรรจบกัน เป็นจุดตัด ให้เราเลือกว่า เราจะเดินไปเส้นทางไหน (คุณจะวิ่งก็ตามใจ)  และถ้าเราเลือกแล้ว เราก็จะไม่มีโอกาส ย้อนกลับไปเลือกสิ่งนั้นใหม่ได้อีก  เส้นทางที่เราไม่ได้เลือก ก็จะถูกดำเนินต่อไปในโลกคู่ขนานเช่นกัน 
    ดังนั้นชีวิตของเรานั้น เราเองเนี่ยแหละสามารถเลือกได้  ว่าอยากให้มันออกมาอย่างไร  จะดีจะชั่วก็อยู่ที่ตัวเรา  และอย่าเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไปแล้ว  แต่ขอให้จำสิ่งที่ผิดพลาดนั้นไว้เป็นบทเรียนสอนใจ ไม่ให้สิ่งผิดพลาดนั้นเกิดขึ้นอีกซ้ำสอง  พร้อมที่จะเผชิญกับจุดตัดที่มีอยู่มากมายไม่เว้นแต่ละวัน  คิดพิจารณาเลือกเส้นทางของตัวเองให้ดีที่สุด  และเดินไปตามเส้นทางที่เลือกไว้จนถึงจุดหมายที่ต้องการให้ได้
 
   ปล.  สุดท้ายก็ยังไม่ได้เล่าเรื่องอินโดอยู่ดี  บอกแล้ว ว่าเป็นคนอย่างงี้แหละ 
   ปฮ. วันนี้เขียนอะไรก็ไม่รู้เนาะ ยาว และ อ่านไม่รู้เรื่อง แต่อยากเขียน ไม่อยากอ่าน ก็ช่างหัวมึง
July 17

อยากอัพ

ภาษาไทย กด 1
      อยากบอกว่าไม่ได้อัพมาเป็นชาติแล้ว แต่ที่วันนี้มาอัพได้เนื่องจาก ไปอ่านของคนอื่นมา(ไอ้มะพร้าว) เลยอยากอัพบ้าง
 
       ระยะเวลาที่ไม่ได้อัพสเปซนั้น อยากบอกว่า มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย ทั้งสนุก ตื่นเต้น เศร้า เบื่อ แต่แน่นอนที่สุดเหตุการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมานั้น มันเหนื่อย และยุ่งจนไม่รู้ว่าสามารถผ่านเวลาตรงนั้นมาได้ยังไง
      
       วันนี้เพิ่งสอบ Biopharm. เส็ด (เอ่อ ชื่อเต็ม ๆ ก็คือ Biopharmaceutic & Pharmacokinetic) เนื้อหามันเกี่ยวกับ ว่า ยาที่เข้าไปในร่างกายเรานั้น มันจะต้องผ่านอะไรบ้าง ถึงจะไปออกฤทธิ์ได้ ประมาณนั้นแหละ อืม วันนี้ก็ถือว่าผ่านไปได้ด้วยดีเลย  แต่ยังเหลืออีก สามวิชา บวกแลปอีกหนึ่ง กลัวอ่านไม่ทันจิง ๆ (แล้วทำไมมึงยังมานั่งอัพสเปซ) 
 
       สอบเส็ดแล้วจะมาอัพเพิ่มละกัน เกี่ยวกับที่ไปอินโดฯ  หนุกมากกกกกกกกกก (ทำไมคนเรามันเบื่อง่ายยังงี้วะ ตอนแรกกะจะเขียน เรื่องที่ไปค่ายสะเอียบให้จบ  นี่เพิ่งได้แค่เริ่มเอง จะไปเรื่องใหม่อีกละ  อืมม ช่างมัน)
 

For English pls press 2
       First, I want to inform that I didn't update my space for a long long time. until this day, I look up someone space (ma-praw, my junior) so that inspire me (oh!!) to write this. 
       During the passing time from the last update till now, It's many things happened. joyful, exciting, upset, boring hmm and of course, It's full of tired, busy and don't know how can I pass that time??
       Today, just finish the Biopharm. exam (Biopharmaceutic & Pharmacokinetic) the subject that study about  what obstuction that drug hv to face when they enter our body before it reach their effect hmm like that. ah today I can do it well but it's 3 subjects + 1 lab. left huhhh afraid that I can't read in time (but why u still writing this!!)
       Ok. If the exam is finished, I'll update my space again ah about APPS in Indonesia, yep it's very funnnn.
(ah why I've short interesting in doing anything haha. in stead of continuing the "Sa-eab Camp", I'll write the next story haha.)
 
ป.ล. ที่มีเวอร์ชัน อังกฤษด้วยเนี่ยเด๋วจะหาว่าตอแหล  เอิ๊ก ๆ เพื่อนต่างชาติ เยอะเว้ย.... (ไม่ต้องตีหน้าลาวใส่)
April 30

สะเอียบ part1

หายไปนานเลยดิ  ตอนแรกกะว่า จะไม่เล่าละ  ก็จะมาเขียนว่า  ให้ไปดู บอร์ด น้องมีนแทน เอิ๊กๆ  แต่แบบนั้นคงจะโดนด่า  เลยคิดว่าจะมาเล่าซะหน่อย

เริ่มด้วยวันแรกเลยละกัน 
       อยากจะบอกว่าวันนี้ ยุ่งมาก นั่งรถ วนรอบพญาไท  ไม่รู้ซักกี่รอบ ตอนแรก มาถึงคณะ เพื่อที่จะมาเคลียร์งาน เรื่องแผ่นพับ จากนั้นก็เดิน ไป องค์การเภสัชฯ เพื่อไปเอากล่องยา กลับมาคณะใหม่  แล้วก็ไปราชวิถี ไปส่งงานพี่ที่ราชวิถี  จากนั้นก็ ไปที่ธนาคาร ไปโอนเงินเรื่องที่จะไปอินโด  จากนั้นกลับมาที่คณะใหม่ อีกที ทำโน่นทำนี่ โอ้ย ยุ่งจิง  พอตอนเย็น ๆ  ก็เริ่มมี ม. อื่น ๆ มาที่คณะ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มากหน้าหลายตา บางคนรู้จักบางคนไม่รู้จัก  สุดท้าย เวลาประมาณ 6 โมงรถก็ออก เพื่อเดินทางไป สะเอียบ (ชื่อเพราะมั้ยล่ะ แนวสุดๆ)  แต่ขอบอก รถแอร์ว่ะ เอิ๊กๆ สบายแฮ ขึ้นรถไป ก็เริ่มแนะนำตัวกัน  จำใครไม่ค่อยได้หรอก  และแล้ว ไอ้ใหม่ก็โทรมาหา ก็ไม่ใช่เรื่องอะไรหรอก มันโทรมาด่า ว่าไม่ยอมบอกมันว่ามีคนมาเยอะ มันอดไปเที่ยวเกาะช้าง แล้วไปค่ายนี่ก็อดอีก  แล้วมันก็บอกว่าเด๋วจะตามมา  เอิ๊กๆ บ้าไปแล้ว  สักพัก ไอ้ไหว้ ก็ชวนเล่น killer ก็เล่นกันไป ยาวจนถึงมืดเลยอ่ะ เค้าแวะกินข้าวกันที่จ. ไรสักอย่างจำไม่ได้ละ ก็ สั่งอาหารจานเดียวกัน แต่แพงบรรลัยเลยอ่ะ ออระหว่างกินข้าวเนี่ย อยากบอกว่า เราได้เป็น killer อยู่แหละ ฮามาก ต้องเก็บตัว  แต่พอกินเส็ดขึ้นรถ  มันดันเลิกเล่นกัน หมดหนุกเลย  ก็อย่างว่านะ หนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อน ก็เลย หลับกันหมดทั้งคันรถ  เอ้ยๆ ก็เว่อร์ไป  หลับหมด ใครจะขับล่ะคับ
      ระหว่างทางที่ จะไปสมทบกับ เพื่อน ๆ เภสัชฯ