| Armadillozz's profileooQ(^ . ^)QooPhotosBlogLists | Help |
|
|
August 25 เป็นบ้าเคยเปิดเวปฟังเพลงหลาย ๆ เวป พร้อม ๆ กันป่ะ (หรือไม่ก็เปิดหลาย ๆ บล็อกที่มันมีเพลงอ่ะ)
คือว่าตอนนี้กะลังทำอยู่ พอฟังแล้วมันรู้สึกแปลก ๆ ดีเหมือนกัน
ปล. กะลังจะหาเพลงใหม่ใส่บล็อก เลยต้องเปิดหลายหน้า เด๋วจะไปนอนละ มึนหัวมาก melatonin ถึง peak ละ August 22 ได้อย่าง เสียอย่าง (ได้อึ่ง เสียอ่าง) วันนี้ถือเป็นวันดีอีกวันหนึ่งเพราะว่า เป็นวันที่กลับบ้านเร็ว มีเวลามานั่งอัพบล็อค และยิ่งไปกว่านั้นวันนี้ยังเป็นวันปล่อยผีอีกด้วย หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับ quiz lab. techno. ที่อ. ถามอีกอย่างแต่ดันไปตอบอีกอย่าง (ถาม Ostwald แต่กระผมไปตอบเรื่อง Stromer) เห้อ ทำไปได้ และนอกจากนั้นวันนี้ก็รายงาน PBL เสร็จเรียบร้อยแล้วด้วย ก็เป็นไปตามคาด "เวลาเธอพูดเนี่ย ฉันรู้สึกเหนื่อยแทน" เป็นคำพูดของ อ. เปิ้ลนั่นเอง เนื่องจากว่า ไอ้เรามันพูดเป็นห้วง ๆ พูดเร็วเกินด้วย (ยังดีที่ป้าแตงนั่งอยู่ข้างหน้า คอยบอกให้พูดช้า ๆ อยู่เป็นระยะ ๆ ) ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันดี ที่จะมานั่งอัพบล็อคนั่นเอง หุหุ...
เรื่องในวันนี้ก็อยากจะอืม... เรียกว่า กระตุ้นเตือนหลาย ๆ คนละกัน คือ คุณเคยสังเกตกันมั้ยว่า ชีวิตของคนเราเนี่ยมันขึ้นกับการเลือก ขึ้นกับการตัดสินใจจริง ๆ เลือกผิดชีวิตก็จบ แล้วเมื่อเราเลือกอย่างนึง ก็ต้องยอมเสียอีกอย่างนึง (หรืออาจจะหลายอย่างด้วย) ที่มาพูดเนี่ยเพราะ ช่วงนี้ชีวิตมีการเลือกเยอะแยะมาก ทำให้ผมต้องพลาดโอกาสอะไรหลาย ๆ อย่างไป แต่อย่างไรก็ตามผมก็ได้รับประสบการณ์ และโอกาสที่หลาย ๆ คนยากที่จะหาได้ง่าย ๆ
ได้อย่าง ก็ เสียอย่างจริง ๆ แต่เราต้องตัดสินใจให้ได้ว่า สิ่งที่เราได้มานั้นน่ะ คุ้มค่า กับสิ่งที่เราเสียไปหรือไม่ เท่านั้นเอง สุดท้ายนี้ก็ขอให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคน ดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท มีสติสัมปะชัญญะ คิดสิ่งใดเลือกสิ่งใด ขอให้คิดพิจารณาให้รอบคอบ .... แค่นี้แหละครับ August 16 ชีวิต กลับมาพบกันอีกครั้ง เหอะๆ ช่วงนี้ทำไมอัพบ่อยจังหว่า ไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน พอดีตอนนี้กะลังอยู่ในช่วงพักกับการซ้อม present migraine อยู่ ก็เลยแวะเข้ามาดูเสปซ แล้วก็เลยอยากอัพซะงั้น ฝากถึงคนที่เข้ามาดูก็อย่าลืมอ่าน blog ก่อนหน้าด้วยละกันอันนั้นภูมิใจเสนอมากเลยนะ ใส่รูปให้ดูด้วย
พอดีอยู่ดีๆ ก็คิดได้ (จิง ๆก็คิดได้นานแล้วแหละ) คือสังเกตุได้ว่าตัวเองเป็นคนที่ ทำอะไรได้หลาย ๆ อย่างอ่ะ แต่อะไรหลาย ๆ อย่างที่ทำนั้น มันไม่เชี่ยวชาญอะไรเลยซักอย่าง อย่างถามว่าใช้ Photoshop ได้มั้ย ก็ตอบว่าได้ แต่ใช้ได้แบบงู ๆ ปลา ๆ แต่ก็ยังเรียกว่าใช้ได้ ถามว่าเรียน pharmaco ได้ดีมั้ย ก็ตอบว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ แต่มันก็ไม่เก่งเว่อร์ รู้จักยาทุกตัว รู้จัก metabolism pathway ของยาทุกชนิดแบบอ.เปิ้ล (อิอิ) ถ้าถามว่าเก่งอังกฤษมั้ย ก็บอกว่าก็ถือว่าใช้ได้ แต่ก็ไม่ได้เก่งเว่อร์แบบ พูดน้ำไหลไฟดับตับแตก และถ้าพูดถึงเรื่องเล่นเกมอย่างเกมอะไรดีล่ะ ... tekken ละกัน ตอนนี้กะลังฮิต (เงียบๆ) ในหมู่ปี 4 PY ก็เล่นได้ดีกว่าหลาย ๆ คน แต่ก็ไม่ได้ระดับเทพชนะ 100 % อืม รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนกลาง ๆ แนว ๆ แบบ broad spectrum ทำได้ทุกอย่าง แต่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นซักอย่าง
เลยอยากรู้ว่า ไอ้คนที่ทำได้หลาย ๆ อย่างอ่ะ มันดีหรือแย่กว่า คนที่ทำอะไรได้น้อยอย่าง แต่มีเรื่องที่เชี่ยวชาญ ที่เรียกได้ว่าแบบรู้ลึกรู้จริงกระทิงแดง อันไหนมันจะดีกว่ากัน
คุณคิดว่ายังไงกันล่ะ ช่วยตอบด้วยดิ
แต่จะว่าไปที่เป็นคนอย่างงี้มันอาจจะมาจากนิสัยเฉพาะตัวด้วยก็ได้ คือเป็นคนเบื่อง่าย จึงมักจะเปลี่ยนเรื่องที่สนใจอยู่เสมอ จึงไม่สามารถทำอะไรให้มันเต็มที่ได้
ก็มันได้แค่เนี่ย ชีวิตมันก็เป็นอย่างเงี่ยแหละ เอาอะไรมากนักหนาใช่มะ ใช้ชีวิตอย่างที่เราเป็นเนี่ยแหละ ไม่ต้องไปอยากที่จะเหมือนใคร ไม่ต้องฝืนตัวเอง อยากทำอะไรก็ทำ นี่แหละชีวิต (กู)
ปล. ไปซ้อม present ต่อละ เด๋วพรุ่งนี้ต้องไปพูดให้อ. เปิ้ลฟัง พูดไม่ได้เด๋วซวยอีก เห้อ ยิ่งสมาธิสั้นอยู่ August 03 มิเชลหวัดดีทุกคน ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนพอดี ยังคงไม่หลับไม่นอนอ่ะ ช่วงนี้ทรมานมาก ๆ เนื่องมาจาก เป็นร้อนใน คิดว่าทุกคนคงรู้นะว่าร้อนในคืออะไร
.... อืม หวังดีสำหรับคนไม่รู้ ไม่เคยเป็น ร้อนในมันก็คือ ตุ่มๆ ที่เป็นอยู่ในอาณาบริเวณปากเนี่ยแหละ มันจะเป็นแผลที่แบบว่า เห้อ เจ็บโคด
แต่คนทั่วไปมันก็เป็นแถว ๆ เหงือก ไม่ก็กระพุ้งแก้ม หรือผิวด้านในที่ติดกับฟันอะไรอย่างงี้ใช่มะ แต่เผอิญ คนที่มันซวย ๆ ก็จะเป็นที่ที่คนอื่นเขาไม่เป็นกันไง
ไอ้เราก็คงซวยเข้าขั้น ดันเป็นแถว ๆ เพดานอ่อน ด้านใน ๆ ใกล้กับลิ้นไก่ อยากบอกว่า เจ็บมากกกกกกก ขอเรียกร้อนในของผมว่า มิเชลละกัน (ฟังแล้วน่ารัก ไม่ค่อยเจ็บ) กินอะไรก็เจ็บ กลืนอะไรก็ไม่ได้ กลืนน้ำลายเฉย ๆ ยังเจ็บเลย ซวยฉิบเป๋ง (แต่คงน้อยกว่าไอ้คนที่มันเป็นตรงลิ้นไก่แหละ)
ความจริงแล้วก่อนหน้านี้ ญาติ ๆ ของมิเชล ก็เคยมาเยี่ยมเยียนผมแล้ว 2 ราย แต่ตอนนั้น ไมเคิล กะ เจฟฟรี่ ไม่ได้ร้ายแรงเหมือนมิเชล เพราะอยู่แค่บริเวณรอบปาก ไม่ได้อยู่ลึกเข้าไปข้างในเหมือนกับมิเชล ทุกวันนี้ ก็ได้แต่ตั้งตารอว่า เมื่อไหร่ มิเชลจะอำลาผมไปสักที ทุก ๆ ช่วยเป็นกำลังใจให้มิเชลหาทางกลับบ้านถูกด้วยนะ (กด M เว้นวรรค 1 พิมพ์ข้อความให้กำลังใจมิเชลได้)
พอแค่นี้ก่อนละกัน ต้องพักผ่อนให้เพียงพอซะละ เด๋ว มิเชลจะเรียกปู่ย่าตายายมันมาอยู่ในปากผมเพิ่มขึ้นอีก แค่นี้ก็จะตายละ วัน ๆ กินได้แต่ก๊วยเตี๋ยวเด็ก
รูปมิเชล
ปล. space แบบใหม่ งง ๆ ขอเวลาศึกษาหน่อย July 30 วันนี้เป็นวันหยุด วันนี้เป็นวันว่าง.... ได้ว่างแล้วแหละ ถึงแม้จะไม่ว่างแบบเต็มขั้นก็เหอะ รู้สึกดีเหมือนกัน ไม่มีอะไรมาพันธนาการ ไม่มีคำว่า Dead line อีกแล้ว พอว่างขึ้นมาก็เลยมีเวลามานั่งคิด ประกอบกับมีโอกาสได้ใช้เวลาส่วนตัว จริง ๆ สักที ก็เลย นั่งคิด นั่งบ้าอะไรไปเรื่อยเปื่อย อืม นี่แหละที่ต้องการ
ย้อนกลับไปตอนเด็ก ๆ ตอนนั้นเราคิดอะไร (คุณล่ะ คิดอะไร) คิดมั้ยว่าโตขึ้นมาจะเป็นยังไง ทำอะไร เรียนอะไร แน่นอนสำหรับผมตอนนั้น ไม่เคยคิด ถึงแม้เวลามีใครถามอะไร หรือ เวลาโรงเรียนให้เขียนเรียงความ ก็จะออกแนวว่า อยากเป็นหมอ (ตามกระแส) หรือไม่ก็อยากเป็นหมอฟัน (ตอนนั้นไปดัดฟันแล้ว เสียตังค์ไปเยอะ เลยคิดว่า แม่งคอยดูนะ โตขึ้นจะเอาคืน) แต่ก็เพียงแค่พูดไปอย่างงั้น ไม่ได้คิดอะไรเป็นจริงเป็นจังสักที
โรงเรียนสมัยประถม ไม่รู้ว่าเวอร์ไปรึป่าว ที่จะบอกว่า โรงเรียนตอนประถมของผมนั้น ถือว่าเป็นโรงเรียนที่ดีเลยทีเดียว คุณครู เอาใจใส่มาก มีกิจกรรมอะไรให้ทำหลาย ๆ อย่าง การสอบนี่ก็ ไม่รู้สิ รู้สึกว่า สอบในปีนึงอ่ะ จะมีเทศกาลสอบอยู่ 6 หรือ 8 ครั้งเนี่ยแหละ (รวมมิดเทอม และไฟนอลแล้ว) พูดถึงเรื่องข้อสอบดีกว่า ไม่รู้ว่าโรงเรียน (ขอเอ่ยชื่อเลยละกัน ชื่อโรงเรียนสกุลศึกษา) เออ นั่นแหละ ไม่รู้ว่าไปเอาข้อสอบมาจากไหน ดูเหมือนจะมาจากส่วนกลาง ประมาณว่าพิมพ์ดี ๆ อ่ะ (เนื่องจากว่า ที่โรงเรียนไม่เคยมีพิมพ์ลงบนกระดาษแบบนี้แน่นอน จะมีแต่กระดาษ โรเนียว ยาว ๆ สีน้ำตาล) อืมเลยดูสากลดี แล้วมาเล่าทำไมวะ ... ไม่เข้าใจเหมือนกัน อยากเล่าก็แล้วกัน ตอนเด็ก ๆ ที่เรียนที่สกุล ก็ไม่ค่อยได้ปิดเทอมเลย ปิดเทอมจะน้อยกว่าชาวบ้านเค้า (รร. อื่น) เลยรู้สึกว่า โรงเรียนนี้มันจะบ้าไปถึงไหน ไม่ให้เด็กปิดเทอมสักที สอบเส็ดยังให้เรียนต่อ แต่ก็ต้องไป
พอเข้ามัธยม เรียนที่โรงเรียนปากช่อง อันนี้เป็นโรงเรียนรัฐบาล ก็จากเดิมที่เคยเรียนอยู่ในโรงเรียนเล็กๆ มี 6 ชั้นปี ปีละ ห้องเดียว พอเข้ามัธยม ได้มาเรียน 6 ชั้นปีเหมือนกัน แต่ชั้นละ 14 ห้อง โอ้ ... มันต่างกันจริง ๆ แต่รู้สึกว่าไม่ค่อยต่างอะไรเท่าไหร่ เพราะ เพื่อน ๆ ในห้องส่วนใหญ่ มันก็ ได้มาอยู่ห้องเดียวกันเยอะแยะ (จะแอบบอกเป็นนัย ๆ ไงว่า รร. กูเก่ง เด็กได้มาอยู่ห้องคิงกันเยอะ) เออนั่นแหละ เวลาเรียนมัน ก็ยังสบาย ๆ อยู่ วัน ๆ เล่น ๆ กลับบ้านดูทีวี ไปเรื่อย ก็ยังจบมา พอจบม.ต้นแล้ว ก็ไปต่อ ม.ปลายที่ กรุงเทพฯ ที่ รร. สามเสนฯ
สมัยม. ปลาย ทุก ๆ คนก็จะต้องเริ่มคิดถึงอนาคตว่า จะต้องเอนทรานซ์แล้ว นี่แหละ เป็นช่วงที่ผมเริ่มคิดว่า จะเรียนคณะอะไรดี ? จบแล้วจะเป็นอะไร ? จริง ๆ ถ้าจะพูดให้ถูก คำถามสองคำถามนี้ ไม่เกี่ยวกัน เพราะถึงแม้คุณจะจบรัฐศาสตร์มา แต่จบแล้ว คุณอยากไปเป็นเจ้าของชายสี่หมี่เกี๊ยว มันก็เรื่องของคุณ ไม่เกี่ยวกัน
พอเริ่มคิด ตอนนั้นด้วยความที่ชอบเคมี อย่างสุดซึ้ง อาจเป็นเพราะได้ใกล้ชิดกับคนเก่งเคมี อยู่ในบรรยากาศที่เคมี๊เคมี เลยรู้สึกว่าวิชานี้แหละวิชาของเรา เลยชอบมาก ๆ ตอนนั้นจึงตั้งใจว่าจะต้องเรียนวิทยา เคมีให้ได้ จริง ๆ อ่ะ มันมาคิดเอาตอนม.6 อ่ะแหละ ไม่ได้คิดไว้ก่อนหน้านี้หรอก ก็บอกกับตัวเองมาตลอดว่า จะเรียนวิทยาเคมี ถึงขนาดไปสอบทุนเอาไว้แล้ว จนกระทั่ง
จนกระทั่งอะไรไม่รู้มาดลใจ ให้เลือกเรียนเภสัชฯ อยากบอกว่า ไม่รู้จริง ๆ อาจเป็นเพราะคิดเอาว่า เรียนวิทยา จบไม่ก็คงไม่รู้จะทำอะไร นอกจากจะไปเป็นอาจารย์ หรือคิดว่า เรียนเภสัชฯ มันก็เรียนเคมีเยอะเหมือนกัน แต่เน้นไปทางประยุกต์มากกว่า และเฉพาะทางมากกว่า ก็เลยเลือกเรียนเภสัชฯ
สุดท้ายแล้ว สอบเอนท์ครั้งที่สองก็เลยดูคะแนนเภสัชฯ แล้วก็เตรียมเก็บคะแนนเพิ่ม แล้วสุดท้ายก็เลือก เภสัชฯ มา สองอันดับ แล้วก็ วิทยาอีกอันดับนึง (ยังไม่ละทิ้ง) ก็ได้มาติดเภสัชฯ มหิดลกะเค้า
เข้ามาเรียนแล้ว จนถึงตอนนี้ ผ่านอะไรมามากมาย ก็คิดว่า ถ้าตอนนั้นเราไม่.....เราจะได้.......มั้ย มันเป็นคำถามที่ใครก็ตอบไม่ได้ แต่ก็อยากจะบอกว่า ตัดสินใจไม่ผิดที่เข้ามาเรียนเภสัชฯ มหิดล เพราะที่นี่ ทำให้หลาย ๆ อย่างในชีวิตเปลี่ยนไป ทำให้ได้เจอประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ในชีวิตนี้ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอ และคิดว่า ถามเราเลือกทางเดินชีวิตทางอื่น มันคงไม่ใช่อย่างงี้แน่ เคยมีเพื่อนม.ปลายคนนึงพูดไว้เกี่ยวกับทฤษฎีโลกคู่ขนาน (เผอิญไอ้นี่มันหลุดโลก แนว ๆ เดียวกันอ่ะนะ เลยสนิทกัน เอิ๊ก ๆ ) ว่า จริง ๆ แล้วนอกจากโลกที่เราอยู่เนี่ยมันยังมีโลกคู่ขนานอีกเต็มไปหมด ซึ่งก็มีตัวเราเนี่ยแหละดำเนินชีวิตตามเส้นทางแต่ละเส้นที่มันมี ซึ่งจะมีบางทีที่เส้นทางนั้นจะมาบรรจบกัน เป็นจุดตัด ให้เราเลือกว่า เราจะเดินไปเส้นทางไหน (คุณจะวิ่งก็ตามใจ) และถ้าเราเลือกแล้ว เราก็จะไม่มีโอกาส ย้อนกลับไปเลือกสิ่งนั้นใหม่ได้อีก เส้นทางที่เราไม่ได้เลือก ก็จะถูกดำเนินต่อไปในโลกคู่ขนานเช่นกัน
ดังนั้นชีวิตของเรานั้น เราเองเนี่ยแหละสามารถเลือกได้ ว่าอยากให้มันออกมาอย่างไร จะดีจะชั่วก็อยู่ที่ตัวเรา และอย่าเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไปแล้ว แต่ขอให้จำสิ่งที่ผิดพลาดนั้นไว้เป็นบทเรียนสอนใจ ไม่ให้สิ่งผิดพลาดนั้นเกิดขึ้นอีกซ้ำสอง พร้อมที่จะเผชิญกับจุดตัดที่มีอยู่มากมายไม่เว้นแต่ละวัน คิดพิจารณาเลือกเส้นทางของตัวเองให้ดีที่สุด และเดินไปตามเส้นทางที่เลือกไว้จนถึงจุดหมายที่ต้องการให้ได้
ปล. สุดท้ายก็ยังไม่ได้เล่าเรื่องอินโดอยู่ดี บอกแล้ว ว่าเป็นคนอย่างงี้แหละ
ปฮ. วันนี้เขียนอะไรก็ไม่รู้เนาะ ยาว และ อ่านไม่รู้เรื่อง แต่อยากเขียน ไม่อยากอ่าน ก็ช่างหัวมึง April 18 มดน้อยวันนี้ดูสารคดี แดนสนธยา ช่อง 9 แหละ มีเรื่องเกี่ยวกะมด
มีเรื่องเกี่ยวกะมด ชนิดต่าง ๆ มากมายทั่วโลกเลยล่ะ เจ๋งมาก ไม่รู้มีใครได้ดูมั่งรึป่าว
แต่ชอบอยู่ตอนนึง คือว่าในทะเลทราย arisona อ่ะ แบบว่ามันแห้งแล้งใช่มะ
แล้วมดที่อาศัยในแถบนี้ อาหารถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ก็ส่วนใหญ่มดในที่นี้มันจะอาศัยเก็บเมล็ดพืชไว้กินกัน
ในทะเลทรายที่ว่าเนี่ย มันมีมดอยู่ 2 ชนิด คือมดชนิดนึงเป็นมดที่หากินตอนกลางวัน รู้สึกมันจะชื่อ havesting ant (มดเก็บเกี่ยว เค้าเรียกกันอ่ะนะ)
ก็ ตอนกลางวันเนี่ย ในทะเลทรายมันก็ร้อนใช่มะ มดพวกนี้ก็จะต้อง รีบหาอาหาร(ก็เมล็ดพืชเนี่ยแหละ) กักตุนไว้ในรัง
(รู้กันใช่มะ มด อาศัยรวมกันในรัง) (ออกแนว อ. นงลักษณ์ ไงไม่รุ) เออก็นั่นแหละ มันต้องรีบหาอาหารตอนที่แดดยังไม่ร้อน เพราะแดดในทะเลทรายจะร้อนมาก มันจะตายเอา ถ้ามัวตาหาของกิน
หลังจากที่มดเก็บเกี่ยวเนี่ย มันกลับเข้ารังแล้วเพราะหนีแดด ตกกลางคืน มันก็จะมีมดอีกชนิดนึง มันจะมาหากินเวลากลางคืน
ก็ออกมาเก็บเมล็ดพืชบ้าง แต่ ด้วยความที่ตอนกลางวัน ถูกมดชนิดแรก ตัดหน้าแล้วไงเลยไม่เหลืออะไรให้ แดก
(ตอนแรกก็คิดในใจ ไอ้มดพวกนี่แม่งขี้เกียจว่ะ ไม่ยอกมาหาตอนกลางวัน กะสบาย ไม่ร้อน สมน้ำหน้ามันละไม่มีอะไร แดก
) แต่ผิดคาดคับ มดกลางคืนนี่มาเหนือเมฆคับ คือ มดกลางวันช่วยกันเก็บเมล็ดพืชใช่มะ แต่ไอ้มดกลางคืนนี่ ไม่ช่วยกันเก็บเมล็ดพืชครับ แต่มันดันช่วยกันเก็บหิน........... ไปถมปากรูมดกลางวัน !!!!
พอตื่นเช้ามา ด้วยความ เหี้ย ของมดกลางคืน ไอ้พวกมดกลางวันจึงไม่สามารถออกมาหาอาหารได้ หรือ จะออกมาหาได้ก็เสียเวลาไปมากแล้วกว่าจะขนหินออกจากรังหมด ดังนั้น พอตกกลางคืน มดกลางคืนมันเลยมีเมล็ดพืชไว้ให้เก็บกินอย่างสบายใจ 555 ตลกดี
พอดูแล้วก็ชวนให้คิดว่า เอ ที่มดมันทำไปเนี่ยมันทำตามสัญชาติญาณมันเท่านั้นหรือ แล้วมันทำอย่างงี้มาตั้งแต่ แรกๆ ของการอยู่ร่วมกันเลยรึป่าว อยากลองเอามันมาเลี้ยงในที่ที่อาหารอุดมสมบูรณ์ดูจังเลย ว่ามันยังจะทำอะไร เหี้ย ๆ อย่างงี้อีกมั้ย น่าคิด
หรือคุณว่าไง ???
ปล. ด้วยคำบางคำที่ไม่เหมาะสม ทางเราขอ เซนเซอร์ไว้นะที่นี้ (อยากอ่าน ให้ drag คร่อม ข้อความเอา เอิ๊กๆ)
ปฮ. อัพ เร็วอย่างที่ไอ้หมูบอกจิง ๆ เหอะๆ
มนุษย์ว่ากันว่า คนเราทุกวันนี้ใช้ความสามารถของตัวเองไม่ถึง 10 % ของที่มีอยู่
จิง ๆ แล้ว มนุษย์นั้นถือว่าเป็น สิ่งมีชีวิตที่ มีพัฒนาการ และมี สมอง ที่ดีที่สุด ในบรรดาสิ่งมีชีวิต ชนิดต่าง ๆ ที่เคยมีมาบนโลก
แต่ทำไมคนเราถึงไม่ใช้ความสามารถของตัวเองให้เต็มที่กันบ้าง
พูดอย่างงี้จะหาว่ามาหาเรื่องกัน
ลองสังเกตตัวเองดูละกันว่า ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา เราพิสวงกับสิ่งอะไรที่เรา ทำเป็นครั้งแรกในชีวิต แล้วมันออกมาดีบ้าง
บางคนไม่รู้หรอกว่าตัวเองมีพรสวรรค์ทางด้านนี้ จนเมื่อสบโอกาสได้ทำ จึงรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่เนี่ยแหละ ใช่เลย
ก็อยากจะบอกให้ทุกคนอย่ากลัวที่จะเริ่มทำอะไรใหม่ ๆ อยากให้ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า อะไรที่ไม่เคยลองทำ ก็ลองทำซะ
ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำ ไขว่คว้าโอกาสให้มากที่สุด แล้วคุณจะไม่ต้องมานั่งบ่นทีหลังว่า รู้งี้น่าจะทำมาตั้งนานแล้ว
ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากจะอัพแค่นั้นเอง April 07 ความคิดดี ๆ ในห้องน้ำ
April 06 Photoshopไม่ได้มาเขียนนาน คราวนี้เลยถือโอกาส เอาภาพสวย ๆ มาโชว์ ก็ไม่ใช่อะไรหรอก ตอนนี้กะลังหัดใช้ photoshop อยู่ อยากทำให้มันมีประโยขน์ มากกว่าแค่ เปลี่ยน นามสกุลภาพ เลย หันมาศึกษาซะหน่อย ประกอบกับ ไปเจอเวป ที่สอนใช้ photoshop ดี ๆ ด้วย เลยกะจะเอามาเผื่อแผ่ กันสำหรับคนที่สนใจ และ นี่ก็เป็นผลงานชิ้นแรก ของข้าพเจ้าเองแหละ ก็ไม่ได้สวยไรมากมายอ่ะ แต่ก็ภูมิใจนะ เพราะได้ใช้ photoshop มากกว่าที่เคยใช้ ไปดูเวป กันเลยละกัน ตามมาที่นี่เลย มีแถมให้ดูอีกรูป ใน Photo album อันนั้นเป็นผลงานที่สอง เป็นรูปที่ไปเกาะช้าง ก็นี่ก็ตามที่สัญญาไว้ ว่าจะให้มีแนว วิชาการ ให้ Blog มันไม่ไร้ประโยชน์ ก็ เอาแบบไม่หนักสมองมาก ละกัน อย่างนี้น่าจะกำลังดี ไปล่ะวันนี้ ไปเล่น photoshop ต่อละ ปล. ต้องขอบคุณ ปาล์ม ที่เป็นคนถ่ายรูปไว้ เลยมี รูปไรพวกเนี่ยมาทำ ตอนแรกก็ดันหาว่ามันบ้า มัวแต่นั่งถ่ายอะไรบ้าบอคอแตกอยู่ได้ แต่ตอนนี้ได้ใช้แล้ว ปอ. รูปทั้งสองรูป นี้ เป็นการ นำรูปที่เป็นดอกลีลาวดี รูปเดียวกัน มาตกแต่ง นะคับ ปฮ. ไม่มีไรหรอก ไปล่ะ |
|
|